ความเป็นมาของคณะครุศาสตร์


ความเป็นมาของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม

         คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นคณะที่จัดตั้งขึ้นตามการพิจารณาของสภามหาวิทยาลัยนครพนม ในคราวประชุมครั้งที่ 8/2558 เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ.2558 โดยเห็นสมควรให้แยกออกจากคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม และจัดตั้งคณะครุศาสตร์ เป็นส่วนงานภายในของมหาวิทยาลัยนครพนม ตามประกาศสภามหาวิทยาลัยนครพนม ฉบับที่ 1/2558 เรื่อง จัดตั้งคณะครุศาสตร์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 17 (2) และ (3) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยนครพนม พ.ศ.2548 มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารส่วนงานภายในของสถาบันอุดมศึกษาพ.ศ.2550   และข้อ 3 แห่งประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เรื่องหลักเกณฑ์การจัดตั้งส่วนงานภายในของสภาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2555 โดยประกาศลงวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2558 คณะครุศาสตร์จึงมีสถานะเป็นคณะหนึ่งในมหาวิทยาลัยนครพนมนับแต่นั้น

 


 


 แผนการดำเนินงาน
          คณะครุศาสตร์ มีแผนที่จะเสนอขออนุมัติจัดตั้งคณะครุศาสตร์ต่อสภามหาวิทยาลัยนครพนมตามระเบียบและขั้นตอนของมหาวิทยาลัยฯ โดยมีความพร้อมที่จะแยกคณะครุศาสตร์ออกจากคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ในปีงบประมาณ 2559 พร้อมกับการเปิดหลักสูตรระดับปริญญาตรีเพิ่มเติมจากสาขาที่มีอยู่ในสาขาต่างๆ ได้แก่ สาขาวิชาคณิตศาสตร์ หลักสูตรระดับปริญญาโท ได้แก่ สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา ส่วนหลักสูตรระดับปริญญาเอกที่ได้เตรียมการไว้คือ สาขาบริหารการศึกษา และจะดำเนินการจัดการเรียนการสอนในอนาคตหรือเมื่อการบริหารจัดการหลักสูตรระดับปริญญาโทเป็นไปอย่างมีคุณภาพ การจัดการเรียนการสอนหลักสูตรและการดำเนินงานกิจกรรมหลักของคณะจะกระทำ ณ อาคารจตุรวิทย์ เลยที่ 167 หมู่8 บ้านเนินสะอาด ตำบลนาราชควาย อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม

ความพร้อมของการดำเนินงาน
          1. ความพร้อมด้านอาจารย์ประจำหลักสูตร
                เมื่อดำเนินการแยกคณะครุศาสตร์ จะมีบุคลากรจำนวน 75 คน แบ่งเป็นสายวิชาการจำนวน 41 คน และสายสนับสนุน จำนวน 34 คน และในสายวิชาการมีคณาจารย์ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจำนวน 13 คน อย่างไรก็ตามคาดว่าจะได้รับการจัดสรรอัตราอาจารย์เพิ่มอย่างเพียงพอต่อการทำหน้าที่เป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรของทุกหลักสูตร ภายใต้การจัดสรรอัตราอาจารย์ของมหาวิทยาลัยฯ ประจำปีงบประมาณ 2558-2562 ตามลำดับ
         2. ความพร้อมด้านครุภัณฑ์
               ปัจจุบันคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ที่รับผิดชอบจัดการเรียนการสอนด้านครุศาสตร์มีครุภัณฑ์ประจำห้องเรียนที่เพียงพอต่อการใช้งานสำหรับการจัดการเรียนการสอนทั้งรายวิชาบรรยายและรายวิชาปฏิบัติการ ในระดับ 100% อย่างไรก็ตามคาดว่าในอนาคต อาจจะมีปัญหาด้านครุภัณฑ์ประจำห้องเรียนไม่เพียงพอเนื่องจากนักศึกษาทั้งสองคณะจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางมหาวิทยาลัยจะได้วางแผนจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวต่อไป
          3. ความพร้อมด้านสถานที่
               คณะครุศาสตร์มีแผนที่จะใช้อาคารจตุรวิทย์ ที่อยู่ในสังกัดคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม (เดิม) เป็นสถานที่ใช้การดำเนินพันธกิจของคณะครุศาสตร์หลังการแยกออกจากคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ จนกว่าอาคารคณะครุศาสตร์หลังใหม่จะแล้วเสร็จ และม่ีการใช้ห้องเรียนและห้องสำนักงานบางส่วนของอาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ เพื่อการดำเนินงานดังกล่าว
         4. ความพร้อมด้านงบประมาณ
               คณะครุศาสตร์ได้จัดทำประมาณการรายรับ-รายจ่ายของคณะประจำปี พบว่าคณะครุศาสตร์มีรายรับจากค่าธรรมเนียมบำรุงการศึกษาในปีงบประมาณ 2558-2562 โดยเฉลี่ยปีละประมาณ 55 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเก็บค่าบำรุงการศึกษาหลักสูตรของคณะครุศาสตร์ปีละ 14,000 บาท/คน และครุศาสตรมหาบัณฑิตปีละ 45,000 บาท/คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการดำเนินงานของคณะ

การสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
       การจัดตั้งคณะครุศาสตร์ในครั้งนี้จะสำเร็จได้ต้องได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้
         1. การจัดสรรอัตราอาจารย์สำหรับการจัดตั้งคณะครุศาสตร์ 10 อัตราในปีงบประมาณ 2559-2562
         2. การจัดสรรเจ้าหน้าที่สายสนับสนุนในปีงบประมาณ 2559-2562 จะพิจารณาจัดสรรตามความเหมาะสม
         3. ความร่วมมือในการใช้อาคารเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ และอาคารจตรุวิทย์ร่วมกับคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เพื่อจัดการเรียนการสอนหลักสูตรทางการศึกษาให้กับบัณฑิตของคณะครุศาสตร์

ปรัชญา : พัฒนาครู ตื่นรู้ คู่คุณธรรม น้อมนำสังคม

วิสัยทัศน์ : คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม เป็นคณะชั้นนำแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพในระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ที่มุ่งผลิตบัณฑิตและพัฒนาบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานวิชาชีพ บนฐานการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และการบริการวิชาการ

พันธกิจ
1. ผลิตบัณฑิตทางการศึกษาให้เป็นผูั้มีคุณธรรมและ จรรยาบรรณทางวิชาชีพตรงตามความต้องการของสังคม
2. พัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพทางด้านการผลิตผลงานวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ทางการศึกษารวมถึงการถ่ายทอดองค์ความรู้สู่่สังคม
3. ให้บริการวิชาการแก่ชุมชนท้องถิ่นในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงและประชาคมอาเซียน
4. ทำนุบำรุงส่งเสริม เผยแพร่ ศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น
5. บริการจัดการด้วยหลักธรรมาภิบาลและ ตามแนวทางประกันคุณภาพทางการศึกษา

เป้าประสงค์
1. บัณฑิตมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามมาตรฐานวิชาชีพครู และตรงตามความต้องการของสังคม
2. มีแหล่งสร้างและพัฒนาศักยภาพด้านการวิจัย ที่นำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมทางการศึกษา
3. มีการส่งเสริมและสร้างเครือข่ายการให้บริการวิชาการในชุมชน สังคม และประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
4. มีการส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมด้านศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อสร้างอัตลักษณ์แก่นักศึกษา
5. มีการพัฒนาทรัพยากรบุคคลและการบริหารการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ

ค่านิยมหลักของคณะครุศาสตร์
Excellence    :   ความเป็นเลิศ
Dignity          :   ความสง่างาม
Unique          :   ความเป็นเอกลักษณ์

เอกลักษณ์มหาวิทยาลัยนครพนม
"เสริมสร้างความรู้สู่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง"

อัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยนครพนม
ระดับอุดมศึกษา
- มีสมรรถนะตามสาขาวิชาชีพ (Competency)
- มีความสามารถในการสื่อสารภาษาในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Communication)
- เป็นบัณฑิตที่มีความรู้ความเข้าใจในวัฒนธรรมท้องถิ่น สังคมอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (Cultural Understanding)

สีประจำคณะ
สีแสดกับสีเหลืองทอง

ดอกไม้/ต้นไม้ประจำคณะฯ

อ้างอิงข้อมูลจาก : http://www.monmai.com

 
“พะยูง” เป็นไม้เนื้อแข็งเช่นเดียวกับไม้สัก ตะเคียน มีชื่อและความหมายดี เชื่อว่าบ้านใดปลูกไว้ประจำบ้าน จะทำให้บุคคลในบ้านมีแต่ความเจริญ มีฐานะดีขึ้น ช่วยไม่ให้ชีวิตตกต่ำ เพราะพยุงคือการประคับประคองให้คงอยู่ ให้มั่นคงหรือการยกให้สูงขึ้น คนไทยโบราณเชื่อว่า บ้านใดปลูกต้นพะยูงไว้ประจำบ้านจะทำให้มีความเจริญความมั่นคง เพราะยูงหรือ พะยูง คือการช่วยพยูงให้คงอยู่ให้มั่นคงแข็งแรง นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดความสง่า เพราะโบราณ ได้เปรียบเทียบไว้ว่ายูงยางสูงกว่าโดดเด่นเห็นตระการตา คือ มีความสว่างในตัวเอง ซึ่งคล้ายกับความสง่าของนกยูง เป็นสัตว์ชั้นสูงชนิดหนึ่ง และยังมีคนโบราณบางคนได้กล่าวไว้ว่า พยูงหรือกระยงก็คือ กระยงคงกระพันได้อีกแง่หนึ่ง เช่นกัน ทั้งนี้เพราะโบราณถือว่า เนื้อไม้ของพะยูงเป็นเนื้อไม้ที่แข็งแกร่งและมีอิทธิฤทธิ์พอสมควร เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัวเองและผู้ปลูก ควรเป็นสุภาพบุรุษเพราะเชื่อพะยูงเป็นชื่อที่เหมาะสมสำหรับสุภาพบุรุษ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า แก่นไม้พะยูงมีลักษณะที่แข็งแกร่งจึงเปรียบเทียบความแข็งแรงเหมือนกับสุภาพ บุรุษ  

 

บันทึก